วิธีแทงบอลสเต็ป เข้าใจทุกคู่ในบิล พร้อมตัวอย่างคิดเงินแบบไม่สับสน
บอลสเต็ปต่างจากบอลเดี่ยวตรงไหน
บอลเดี่ยวเป็นการเดิมพันหนึ่งรายการต่อหนึ่งบิล เช่น เลือกผลการแข่งขันของทีมเอเพียงคู่เดียว ผลของคู่อื่นจึงไม่เกี่ยวข้องกับบิลนั้น แต่บอลสเต็ปนำหลายรายการมารวมกัน เช่น ทีมเอชนะ ทีมบีต่อครึ่งลูก และประตูรวมคู่ทีมซีสูงกว่า 2.5 ลูกแม้แต่ละรายการจะมีเงื่อนไขต่างกัน แต่เมื่อนำมารวมเป็นสเต็ป ผลเดิมพันจะถูกคิดร่วมกัน การเลือกถูกบางคู่จึงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินเสมอ หากอีกคู่เสียเต็ม บิลก็อาจเสียทั้งหมดได้ จำนวนคู่ที่เพิ่มขึ้นทำให้มีเงื่อนไขต้องผ่านมากขึ้น จึงไม่ควรมองเฉพาะยอดรับที่แสดงบนหน้าจอ
วิธีแทงบอลสเต็ป เริ่มจากอ่านตลาดแต่ละคู่
ก่อนรวมบิล ต้องเข้าใจว่าแต่ละรายการใช้ผลอะไรตัดสิน เพราะทีมชนะการแข่งขันอาจยังแพ้เดิมพันแฮนดิแคป ขณะที่ตลาดสูงต่ำไม่ได้ตัดสินจากทีมใดชนะ แต่ดูจำนวนประตูรวมตามราคาที่กำหนด
ตลาดที่อาจพบในหน้าราคา ได้แก่
- 1X2 เลือกเจ้าบ้านชนะ เสมอ หรือทีมเยือนชนะ
- แฮนดิแคป คิดผลหลังนำแต้มต่อมารวมกับสกอร์
- สูงต่ำ เปรียบเทียบจำนวนประตูรวมกับราคาที่เลือก
- ครึ่งแรก ใช้ผลเฉพาะช่วงครึ่งแรกตามเงื่อนไขตลาด
ควรอ่านชื่อรายการเต็ม ๆ รวมถึงช่วงเวลาและแต้มต่อ การเห็นชื่อทีมเหมือนกันไม่ได้แปลว่าเลือกตลาดเดียวกัน และบางรายการอาจไม่สามารถนำมารวมในบิลเดียวได้
ทำความเข้าใจข้อมูลบนบิลก่อนยืนยัน
เมื่อเปิดดูบิลสเต็ป ควรตรวจชื่อคู่แข่งขัน ฝั่งที่เลือก ประเภทตลาด ราคา และอัตราจ่ายของทุกรายการให้ตรงกัน จากนั้นดูจำนวนเงินเดิมพันและยอดรับโดยประมาณที่ระบบแสดงหากราคาเปลี่ยนระหว่างตรวจบิล ต้องอ่านตัวเลขใหม่อีกครั้ง เพราะการเปลี่ยนจากต่อ 0.5 เป็นต่อ 0.75 ทำให้ผลเมื่อชนะหนึ่งประตูต่างกัน ส่วนค่าน้ำที่เปลี่ยนจะกระทบผลตอบแทน แม้เงื่อนไขแต้มต่อยังเหมือนเดิมอีกจุดที่ต้องแยกคือ ยอดรับรวมทุนกับกำไรสุทธิ หากระบบแสดงยอดรับ 1,200 บาท จากเงินเดิมพัน 200 บาท กำไรจะเท่ากับ 1,000 บาท ไม่ใช่กำไร 1,200 บาท
ตัวอย่างคำนวณบอลสเต็ปสามคู่
สมมติบิลหนึ่งมีสามรายการ ใช้อัตราจ่ายแบบยุโรปหรือ Decimal และเดิมพัน 200 บาท โดยทุกคู่ชนะเต็มตามเงื่อนไข ดังนี้
- คู่แรก อัตราจ่าย 1.80
- คู่ที่สอง อัตราจ่าย 1.90
- คู่ที่สาม อัตราจ่าย 2.00
อัตราจ่ายรวมคือ 1.80 × 1.90 × 2.00 = 6.84 เมื่อนำเงินเดิมพัน 200 บาทมาคูณ จะได้รับรวมทุน 1,368 บาท และเป็นกำไรสุทธิ 1,168 บาทตัวอย่างนี้ใช้ค่าน้ำยุโรปที่รวมทุนแล้ว หากหน้าจอแสดงค่าน้ำฮ่องกง ต้องแปลงเป็นอัตรารวมทุนก่อน เช่น ฮ่องกง 0.80 เท่ากับยุโรป 1.80 ไม่ควรนำ 0.80 ไปคูณเป็นอัตราจ่ายรวมโดยตรง
หากมีคู่คืนทุน ได้ครึ่ง หรือเสียครึ่ง
ภายใต้วิธีคำนวณสเต็ปทั่วไป คู่ที่คืนทุนจะมีตัวคูณเท่ากับ 1.00 ส่วนคู่ที่ชนะเต็มใช้อัตราจ่ายเดิม ขณะที่ผลครึ่งหนึ่งจะปรับตัวคูณตามสัดส่วนเงินที่ได้หรือเสีย
สมมติรายการหนึ่งมีอัตราจ่ายยุโรป 1.90 จะคิดตัวคูณได้ดังนี้
- ชนะเต็ม ตัวคูณ 1.90
- ได้ครึ่ง ตัวคูณ (1.90 + 1.00) ÷ 2 = 1.45
- คืนทุน ตัวคูณ 1.00
- เสียครึ่ง ตัวคูณ 0.50
- เสียเต็ม ตัวคูณ 0 ทำให้บิลเสียทั้งหมด
หากบิลสามคู่ได้ผลชนะเต็มที่ 1.80 คืนทุนหนึ่งคู่ และได้ครึ่งที่อัตราเดิม 1.90 อัตรารวมจะเป็น 1.80 × 1.00 × 1.45 เท่ากับ 2.61 เดิมพัน 200 บาทจึงรับรวม 522 บาท ทั้งนี้ ต้องตรวจว่าระบบใช้กติกาการตัดสินและการปัดเศษแบบใดด้วย
ทำไมรวมหลายคู่จึงไม่ได้หมายถึงชนะง่ายขึ้น
ยอดรับที่สูงขึ้นมาพร้อมเงื่อนไขที่ต้องผ่านมากขึ้น ตัวอย่างเชิงคณิตศาสตร์ หากแต่ละรายการมีโอกาสสำเร็จ 50% และเป็นอิสระต่อกัน การผ่านครบสามรายการจะมีโอกาส 12.5% ส่วนการผ่านครบห้ารายการเหลือ 3.125%ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างอธิบายความสัมพันธ์ ไม่ใช่โอกาสจริงของคู่แข่งขัน และเหตุการณ์ในฟุตบอลอาจไม่ได้เป็นอิสระต่อกันเสมอ จึงไม่ควรนำจำนวนคู่หรือค่าน้ำมาสรุปโอกาสชนะโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
สรุป วิธีแทงบอลสเต็ปต้องเข้าใจผลทั้งบิล
วิธีแทงบอลสเต็ปต้องเริ่มจากอ่านเงื่อนไขของแต่ละรายการให้ถูก แล้วจึงคำนวณอัตราจ่ายรวม โดยแยกผลชนะเต็ม ได้ครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง และเสียเต็มออกจากกันอย่างชัดเจน ก่อนยืนยันควรตรวจตลาด ช่วงเวลา ราคา และยอดเงินอีกครั้ง การรวมหลายคู่ทำให้ผลของแต่ละรายการเชื่อมโยงกันและมีโอกาสเสียเงินทั้งบิล จึงควรฝึกจากตัวอย่าง พร้อมกำหนดงบที่ไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น และไม่เพิ่มเงินเพื่อไล่ตามยอดเสีย
