ราคาบอล 1 ลูก ชนะหนึ่งประตูคืนทุน คิดผลแบบไหน?
ราคาบอล 1 ลูก หรือแฮนดิแคปหนึ่งลูก เป็นราคาที่ทีมต่อจะถูกหักหนึ่งประตูก่อนตัดสินผลเดิมพัน ส่วนทีมรองได้รับแต้มเพิ่มหนึ่งประตู จุดที่ต้องจำคือ ทีมต่อชนะห่างหนึ่งประตูจะคืนทุน หากชนะห่างตั้งแต่สองประตูจึงได้เต็ม แต่ถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็มราคานี้ต่างจากครึ่งควบลูกหรือ 0.5–1 เพราะไม่มีผลได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง ผลเดิมพันพื้นฐานมีเพียงได้เต็ม คืนทุน และเสียเต็ม การอ่านผลจึงต้องดูทั้งฝั่งที่เลือกและจำนวนประตูที่ชนะห่าง ไม่ใช่ดูแค่ว่าทีมชนะการแข่งขันหรือไม่
ราคาบอล 1 ลูก หมายถึงอะไร
สมมติทีม A ต่อทีม B หนึ่งลูก เมื่อคิดผลเดิมพัน ให้นำสกอร์ทีม A มาลบหนึ่งประตู หรือมองว่าทีม B ได้รับประตูเพิ่มหนึ่งลูกก็ได้ ทั้งสองวิธีให้ผลเหมือนกันตัวอย่างทีม A ชนะ 2–0 เมื่อลบแต้มต่อหนึ่งลูก จะเหลือผลสำหรับเดิมพันเป็น 1–0 ฝั่งทีม A จึงชนะเต็ม แต่หากทีม A ชนะ 1–0 เมื่อลบแต้มต่อแล้วจะเหลือ 0–0 จึงคืนทุนทั้งสองฝั่งแต้มต่อนี้ใช้เฉพาะการตัดสินเดิมพัน ไม่ได้เปลี่ยนผลการแข่งขันจริง ทีม A ที่ชนะ 1–0 ยังเป็นผู้ชนะในสนาม แม้บิลแฮนดิแคปหนึ่งลูกจะคืนทุนก็ตาม
ทีมต่อ 1 ลูก คิดผลได้เสียอย่างไร
ฝั่งทีมต่อจำเป็นต้องชนะห่างตั้งแต่สองประตูจึงจะได้กำไรเต็มตามค่าน้ำ ส่วนการชนะหนึ่งประตูจะได้รับเงินเดิมพันคืน
- ชนะห่างตั้งแต่สองประตู: ได้เต็ม เช่น 2–0, 3–1 หรือ 4–2
- ชนะห่างหนึ่งประตู: คืนทุน เช่น 1–0, 2–1 หรือ 3–2
- เสมอ: เสียเต็ม เช่น 0–0 หรือ 1–1
- แพ้: เสียเต็ม ไม่ว่าจะแพ้กี่ประตู
จำนวนประตูที่ทีมต่อยิงได้ไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เช่น ชนะ 4–3 ยิงได้สี่ประตู แต่ชนะห่างเพียงหนึ่งประตู จึงคืนทุน ขณะที่ชนะ 2–0 จะได้เต็ม เพราะชนะห่างสองประตู
ทีมรอง 1 ลูก คิดผลแบบไหน
ทีมรองได้รับแต้มเพิ่มหนึ่งประตู จึงมีผลชนะเดิมพันเมื่อทีมชนะหรือเสมอ ส่วนการแพ้หนึ่งประตูจะคืนทุน และแพ้ห่างตั้งแต่สองประตูจะเสียเต็ม
- ทีมรองชนะ: ได้เต็ม
- ทีมรองเสมอ: ได้เต็ม
- ทีมรองแพ้หนึ่งประตู: คืนทุน
- ทีมรองแพ้ตั้งแต่สองประตู: เสียเต็ม
ตัวอย่างเลือกทีม B รองหนึ่งลูก หากทีม B แพ้ 1–2 เมื่อนำแต้มเพิ่มมาคิดจะเป็น 2–2 จึงคืนทุน แต่ถ้าแพ้ 0–2 หลังเพิ่มหนึ่งประตูจะเป็น 1–2 จึงเสียเต็มดังนั้น คำว่ารองหนึ่งลูกไม่ได้หมายความว่าแพ้แล้วจะคืนทุนทุกกรณี ต้องแพ้ห่างหนึ่งประตูพอดีเท่านั้น
ตัวอย่างคิดเงินทีมต่อ 1 ลูก
สมมติเลือกทีม A ต่อหนึ่งลูก ใช้เงิน 200 บาท และค่าน้ำฮ่องกง 0.90 เมื่อชนะเต็ม จะได้กำไรจากเงินเดิมพันคูณค่าน้ำ
กำไร = 200 × 0.90 = 180 บาท
ยอดรับรวมทุน = 200 + 180 = 380 บาท
ผลของบิลจะแยกได้ดังนี้
- ทีม A ชนะ 2–0: รับรวม 380 บาท กำไร 180 บาท
- ทีม A ชนะ 1–0: คืนทุน 200 บาท ไม่มีกำไรเพิ่ม
- ทีม A เสมอ 1–1: เสียเต็ม 200 บาท
- ทีม A แพ้ 0–1: เสียเต็ม 200 บาท
หากทีม A ชนะ 3–0 ก็รับรวม 380 บาทเท่าเดิม การชนะห่างมากขึ้นไม่ได้เพิ่มอัตราจ่ายของบิลแฮนดิแคปนี้
ตัวอย่างคิดเงินทีมรอง 1 ลูก
สมมติเลือกทีม B รองหนึ่งลูก ใช้เงิน 200 บาท และค่าน้ำฮ่องกง 0.95 หากทีม B ชนะหรือเสมอ จะได้กำไร 190 บาท รับรวมทุน 390 บาทแต่ถ้าทีม B แพ้หนึ่งประตู จะคืนทุน 200 บาท ไม่ได้กำไร ส่วนกรณีแพ้ห่างตั้งแต่สองประตูจะเสียเต็มจำนวน
ตัวอย่างผลการแข่งขันและยอดรับมีดังนี้
- ทีม B ชนะ 1–0: รับรวม 390 บาท
- ทีม B เสมอ 0–0: รับรวม 390 บาท
- ทีม B แพ้ 1–2: คืนทุน 200 บาท
- ทีม B แพ้ 0–2: เสียเต็ม 200 บาท
ต้องใช้ค่าน้ำของฝั่งที่เลือกจริง เพราะทีมต่อและทีมรองอาจมีอัตราจ่ายต่างกัน ตัวอย่างทั้งหมดนี้ใช้ค่าน้ำฮ่องกง หากเป็นรูปแบบอื่นต้องใช้สูตรให้ตรงกัน
ราคาบอล 1 ต่างจาก 0.5–1 และ 1–1.5 อย่างไร
จุดเปรียบเทียบที่เห็นชัดที่สุดคือเมื่อทีมต่อชนะห่างหนึ่งประตู เพราะทั้งสามราคาให้ผลต่างกัน
- ทีมต่อ 0.5–1 ได้ครึ่ง
- ทีมต่อ 1 คืนทุน
- ทีมต่อ 1–1.5 เสียครึ่ง
สมมติเงินเดิมพัน 200 บาท และค่าน้ำฮ่องกง 0.90 หากทีมต่อชนะ 1–0 ราคา 0.5–1 จะรับรวม 290 บาท ราคา 1 คืน 200 บาท ส่วนราคา 1–1.5 คืน 100 บาทตัวเลขที่ขยับเพียงเล็กน้อยจึงเปลี่ยนผลของบิลได้ ควรอ่านราคาให้ครบ รวมถึงค่าน้ำที่อยู่ข้างกันก่อนคำนวณยอดรับ
สรุปราคาบอล 1 ลูก
เริ่มจากตรวจว่าตลาดใช้ผลเต็มเวลา ครึ่งแรก หรือช่วงอื่น หากเป็นครึ่งแรก ต้องใช้สกอร์เมื่อจบครึ่งแรก ไม่ใช้ผลเต็มเกมมาคิดแทน และควรตรวจเงื่อนไขว่ารวมช่วงต่อเวลาพิเศษหรือไม่จากนั้นดูชื่อทีม ฝั่งต่อหรือรอง รูปแบบค่าน้ำ และราคาในบิลที่ยืนยันแล้ว หากหน้าราคาขยับภายหลัง ให้ยึดรายละเอียดที่บันทึกในบิล พร้อมอ่านกติกากรณีเกมเลื่อนหรือยกเลิกราคาบอล 1 ลูกมีเงื่อนไขคืนทุนเมื่อทีมต่อชนะหนึ่งประตู แต่ยังเสียเต็มได้ การฝึกคิดจากสกอร์สมมติทั้งชนะ เสมอ และแพ้ ช่วยให้เข้าใจผลเดิมพันได้ครบ โดยไม่จำเฉพาะกรณีได้เงินคืน
